TOEIC Listening: ฝึกฟังให้ได้คะแนน
TOEIC Listening ใช้เวลาประมาณ 45 นาที 100 ข้อ และเสียงเล่นเพียงครั้งเดียว ทำให้ทั้งความรู้ศัพท์และการฟังให้ทันมีผลต่อคะแนน นอกจากทำข้อสอบเก่าแล้ว การฝึกจับเสียงทีละคำก็ช่วยได้มาก
TOEIC Listening มี 4 ส่วน
- Part 1 ภาพถ่าย (6 ข้อ): เลือกประโยคที่ตรงกับภาพ
- Part 2 คำถามและคำตอบ (25 ข้อ): ฟังคำถามหรือประโยคแล้วเลือกคำตอบที่เหมาะ ไม่มีคำถามให้อ่านบนกระดาษ
- Part 3 บทสนทนา (39 ข้อ): ฟังบทสนทนาของ 2 ถึง 3 คน แล้วตอบคำถาม
- Part 4 ประกาศหรือบรรยาย (30 ข้อ): ฟังข้อความจากคนเดียว เช่น ประกาศ หรือข้อความทางโทรศัพท์
ทำไมถึงฟังไม่ทัน
ใน Part 2 ถ้าพลาดคำถามต้นประโยค เช่น When, Where, Who, Why จะตอบไม่ได้ ส่วน Part 3 และ 4 ตัวเลข วัน เวลา คำปฏิเสธ not และคำที่เปลี่ยนทิศทางประโยคอย่าง but เป็นจุดที่เสียคะแนนบ่อย ทั้งหมดนี้มักออกเสียงสั้นและเบา
เสียงในข้อสอบมีหลายสำเนียง เช่น อเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย การฟังหลายสำเนียงจึงช่วยได้
ฝึกหูด้วยการเขียนตามคำบอก
การทำข้อสอบแล้วดูเฉลยบอกแค่ว่าผิดข้อไหน แต่ไม่บอกว่าฟังหลุดตรงไหน ถ้าลองเขียนตามคำบอกประโยคที่ฟังไม่ทัน จะเห็นคำที่หลุดชัดเจน ดิกเทชันที่นี่ไม่ได้เป็นรูปแบบเดียวกับ TOEIC แต่ฝึกฟังภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับงาน การเดินทาง และชีวิตประจำวัน ตามระดับ ราว ๆ B1 สำหรับเป้าหมายระดับกลาง และ B2 ถึง C1 สำหรับคะแนนสูง
คะแนน TOEIC Listening กับระดับ CEFR
ตาม ETS คะแนนฟังโดยประมาณ 275 ขึ้นไปใกล้เคียง B1, 400 ขึ้นไปใกล้เคียง B2 และ 490 ใกล้เคียง C1 (เต็ม 495) ตัวเลขอาจมีการปรับ ควรตรวจตารางล่าสุดจากผู้จัดสอบ
คำถามเรื่อง TOEIC Listening
ที่นี่มีข้อสอบ TOEIC Listening ไหม
ไม่มี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่ข้อสอบ TOEIC แต่เป็นแบบฝึกเขียนตามคำบอกที่ช่วยฝึกหู ควรทำควบคู่กับข้อสอบตัวอย่างอย่างเป็นทางการ
ควรฝึกวันละเท่าไรก่อนสอบ
อย่างน้อยวันละ 10 ถึง 20 นาทีอย่างสม่ำเสมอ ดีกว่าฝึกหลายชั่วโมงในวันเดียว