ออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูก สำหรับคนไทย
คนไทยจำนวนมากรู้คำศัพท์พอสมควรแต่ออกเสียงแล้วชาวต่างชาติฟังไม่ออก หรือฟังเขาพูดแล้วจับคำไม่ได้ ทั้งสองเรื่องมีต้นเหตุเดียวกัน คือเสียงภาษาอังกฤษบางเสียงไม่มีในภาษาไทย หูเลยไม่ทันได้ยิน ปากจึงไม่คุ้นที่จะพูด ขั้นแรกของการออกเสียงให้ถูกคือการฟังให้ได้ยินก่อน
เสียงท้ายคำ ปัญหาอันดับหนึ่งของคนไทย
ภาษาไทยมีเสียงท้ายคำเพียงไม่กี่แบบ ได้แก่ ก ด บ น ม ง และเสียงสระ เสียงท้ายอย่าง s, f, l, v, sh, ch, th ไม่มีในภาษาไทย จึงมักหายไปหรือถูกแทนด้วยเสียงอื่น เช่น bus ที่พูดเหมือนไม่มี s, wife ที่ไม่มี f, ball ที่ ล ท้ายคำกลายเป็นเสียง น
เสียงท้ายคำที่หายไปเปลี่ยนความหมายได้จริง: cap กับ cab, back กับ bag, light กับ like, rice กับ right ฟังและพูดให้ครบทุกเสียงท้าย แม้เสียงเบามาก ก็ทำให้เข้าใจกันง่ายขึ้นมาก
เสียงที่คนไทยมักสับสน
- th: think, three, this, mother ปลายลิ้นแตะระหว่างฟัน ไม่ใช่ ท, ต หรือ ส เหมือนที่มักเผลอพูด
- r กับ l: right กับ light, rice กับ lice ภาษาอังกฤษ r ไม่รัวลิ้นเหมือน ร ในภาษาไทย ลิ้นม้วนเข้าไปโดยไม่แตะเพดานปาก ส่วน l ปลายลิ้นแตะเหงือกบน
- v กับ w: very ต้องให้ฟันบนแตะริมฝีปากล่าง ไม่ใช่ ว แบบ wery ส่วน w ปากห่อ ไม่ใช้ฟัน
- z กับ s: zoo, easy, his เสียง z มีเสียงสั่นในลำคอ ลองเอามือแตะคอแล้วเทียบกับ s
- sh และ ch: ship, she ไม่ใช่ ซิป หรือ ชิป ส่วน ch กับ j เช่น chip, jeep ก็ต่างกัน
- เสียงควบกล้ำต้นคำ: school, street, spring ไม่ต้องเติมสระ “สะ” ข้างหน้า และท้ายคำอย่าง asked, desks, world, months ต้องออกเสียงให้ครบ
น้ำหนักเสียงแทนวรรณยุกต์ และ phonics
ภาษาไทยเป็นภาษามีวรรณยุกต์ แต่ภาษาอังกฤษใช้น้ำหนักเสียง (stress) แทน พยางค์สำคัญถูกเน้นให้ดังและยาว ส่วนคำเล็ก ๆ อย่าง to, of, and, can ออกเสียงเบาและเร็ว เช่น PHOtograph แต่ phoTOgraphy ถ้าเน้นผิดตำแหน่ง คำที่รู้จักก็ฟังเป็นอีกคำหนึ่ง
ถ้าค้นหาคำว่า phonics คือการสอนความสัมพันธ์ระหว่างตัวอักษรกับเสียง เหมาะกับเด็กที่เพิ่งเริ่มอ่าน ภาษาอังกฤษสะกดไม่ตรงเสียงเสมอไป (cat, car, cake, about) จึงควรจำเสียงที่ซ้ำบ่อยและฟังเสียงจริงควบคู่ไปด้วย อย่าพึ่งแค่คำอ่านที่เขียนเป็นตัวอักษรไทย เพราะตัวอักษรไทยแทนเสียง th, v, z และเสียงสระภาษาอังกฤษได้ไม่ครบ
ฝึกออกเสียงจากการฟัง: เขียนตามคำบอก
ในแบบฝึกเขียนตามคำบอก คุณฟังประโยคแล้วพิมพ์สิ่งที่ได้ยิน ถ้าพิมพ์ work แทน worked หรือ light แทน like แปลว่าคุณยังไม่ได้ยินเสียงท้ายคำนั้น และรู้ทันทีว่าต้องฝึกเสียงไหน
หลังตรวจคำตอบ ให้พูดประโยคตามเสียงต้นฉบับ ทั้งจังหวะและน้ำหนักเสียง วันละ 10 นาที สองถึงสามสัปดาห์ก็เริ่มได้ยินความต่างของเสียงเหล่านี้ในประโยคใหม่
คำถามเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษ
ฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ไหม
ได้ ถ้ามีเสียงต้นแบบให้เทียบ ฟังประโยคสั้น ๆ พิมพ์สิ่งที่ได้ยิน แล้วพูดตามเสียงจริงทีละประโยค อัดเสียงตัวเองมาเทียบจะช่วยให้เห็นความต่างชัดขึ้น
เขียนคำอ่านเป็นภาษาไทยช่วยได้ไหม
ช่วยจำในช่วงแรก แต่ตัวอักษรไทยแทนเสียง th, v, z, เสียงท้ายคำ และเสียงสระภาษาอังกฤษไม่ครบ จึงควรฟังเสียงจริงเสมอและอย่าใช้คำอ่านเป็นตัวหลัก
ควรฟังหรือพูดก่อน
ฟังนำหน้าเสมอ เสียงที่หูแยกไม่ออกมักพูดไม่ได้ด้วย ใช้เขียนตามคำบอกเพื่อฟัง แล้วพูดตามเพื่อฝึกปาก